การเผยแพร่ฐานข้อมูลการอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ภก.ปรุฬห์ รุจนธำรงค์

บทความนี้เผยแพร่ใน วารสารวงการยา ฉบับเดือน เมษายน 2560

 

          ระบบฐานข้อมูลสำหรับสืบค้นข้อมูลที่ได้รับการอนุญาต มีประโยชน์ต่อทั้งภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคประชาชน ในการเข้าถึงข้อมูลการอนุญาตของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ช่วยในการเฝ้าระวังสินค้าหรือบริการที่มีปัญหา เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ว่า สิ่งที่ปรากฏนั้นตรงกับที่ได้ขออนุญาตไว้หรือไม่ นอกจากนี้ยังแสดงถึงธรรมาภิบาลในภาครัฐ ในด้านความความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบข้อมูลการพิจารณาอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐได้

          ปัจจุบันมีฐานข้อมูลสืบค้นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอยู่แล้ว แต่ข้อมูลการอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพยังไม่มี ทำให้หน่วยงานภาครัฐอื่นและประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่พบตามสื่อสาธารณะนั้นเป็นข้อมูลที่ได้รับอนุญาตด้านเนื้อหาและวิธีการโฆษณาอย่างถูกต้องหรือไม่ ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติจึงได้มีมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 4 เรื่อง การจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพทางวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 ซึ่งขอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาดำเนินการเปิดเผยฐานข้อมูลการอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพซึ่งต้องขออนุญาตก่อนการโฆษณาออกสู่สาธารณะ (ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์อาหารที่แสดงคุณประโยชน์ คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์) แต่ในขณะนั้นก็ยังมีความกังวลว่าจะสามารถทำได้เพียงใด ซึ่งมีประเด็นพิจารณาในการเปิดเผยฐานข้อมูลทั้งประเด็นสนับสนุนการเปิดเผยฐานข้อมูล และประเด็นคัดค้านในการเปิดเผยข้อมูลประกอบกัน ดังนี้

 

ประเด็นพิจารณาในการเปิดเผยฐานข้อมูล

ประเด็นสนับสนุนในการเปิดเผยข้อมูล

  1. กฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ ในปัจจุบัน คือ พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ซึ่งมีหลักการ “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” โดยมาตรา 9 สนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน รวมทั้งความเห็นแย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการพ.ศ. 2540 มาตรา 9(1)  และข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด ตามมาตรา 9(8) ซึ่งกำหนดให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเป็นข้อมูลที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง การกำหนดให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามมาตรา 9 (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 แต่ไม่กระทบถึงข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้มีการเผยแพร่หรือเปิดเผย ด้วยวิธีการอย่างอื่น ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 10
  2. มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2554 เห็นชอบให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติในเรื่องการนำข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 7 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงาน
  3. กฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาว่ากฎหมายผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้นกำหนดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างไรไว้เป็นพิเศษหรือแตกต่างจากพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ถ้าไม่มีแล้ว ตามหลักการก็ต้องเปิดเผยข้อมูลตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

ประเด็นคัดค้านในการเปิดเผยข้อมูล

  1. ข้อมูลการยืนขออนุญาต เป็นข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ให้มาโดยไม่ประสงค์ให้ทางราชการนำไปเปิดเผยต่อผู้อื่น ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 15 ซึ่งเป็นข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้ โดยคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน
  2. ความลับทางการค้า ผู้ประกอบการอาจถือว่าข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐนั้นเป็นความลับทางการค้า เนื่องจากข้อมูลที่มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ โดยเฉพาะกรณีที่ขออนุญาตแล้วแต่ผู้ประกอบการยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการขออนุญาตนั้น ตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 อย่างไรก็ตามมีข้อพึงพิจารณาว่า การเปิดเผยหรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยหน่วยงานของรัฐซึ่งดูแลรักษาความลับทางการค้านั้นในกรณีดังต่อไปนี้คือ ในกรณีจำเป็นเพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยหรือความปลอดภัยของสาธารณชน หรือในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่นซึ่งมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า และในกรณีดังกล่าว หน่วยงานของรัฐซึ่งดูแลรักษาความลับทางการค้านั้น หรือหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ความลับทางการค้านั้นไป ได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อคุ้มครองความลับทางการค้าดังกล่าวจากการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ที่ไม่เป็นธรรม ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 มาตรา 7(2)
  3. ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล หากข้อมูลที่จะเผยแพร่นั้นมีลักษณะเข้าข่ายข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล เช่น การศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติการทำงาน บรรดาที่มีชื่อของผู้นั้นหรือมีเลขหมาย รหัส หรือสิ่งบอกลักษณะอื่นที่ทำให้รู้ตัวผู้นั้นได้ เช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ แผ่นบันทึกลักษณะเสียงของคนหรือรูปถ่าย และให้หมายความรวมถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของผู้ที่ถึงแก่กรรมแล้วด้วย ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 24 อย่างไรก็ตามมีข้อพึงพิจารณาว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไม่ได้เรียกร้องข้อมูลเหล่านี้ประกอบการพิจารณาอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ จึงไม่เข้าข่ายข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

 

ความกังวลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

          สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาต้องการความชัดเจนและเป็นแนวทางในการดำเนินการเผยแพร่ฐานข้อมูลการอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ จึงมีหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ สธ 1023/16470 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2558 เรื่อง ขอหารือข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มีประเด็นขอหารือซึ่งเป็นความกังวลของหน่วยงาน สรุปได้ดังนี้

  1. การอนุญาตโฆษณาอาหาร ยา และเครื่องมือแพทย์ ที่ผู้รับอนุญาตโฆษณายังไม่ได้ทำการเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ และไม่ได้แจ้งไว้ในแบบคำขออนุญาตโฆษณาให้ทราบถึงการขอเผยแพร่ข้อมูลการอนุญาตโฆษณาภายในเวลาเท่าไรภายหลังจากที่ได้รับอนุญาตนั้น (ประโยคนี้กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสามารถเผยแพร่ข้อมูลการขออนุญาตโฆษณาได้ หากโฆษณานั้นได้รับการอนุญาตโฆษณาไปแล้วกี่วัน)
  2. ข้อมูลดังกล่าวเข้าข่ายข้อมูลที่มีผู้ให้มาโดยไม่ประสงค์ให้ทางราชการนำไปเปิดเผยต่อผู้อื่น ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2550 มาตรา 15(6)
  3. การเปิดเผยข้อมูลการอนุญาตโฆษณาต้องแจ้งให้ผู้รับอนุญาตคัดค้านภายในเวลาที่กำหนด เนื่องจากเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้รับอนุญาตตามมาตรา 17
  4. หากผู้รับอนุญาตคัดค้านการเปิดเผยข้อมูลการอนุญาตโฆษณาไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็สามารถใช้ดุลพินิจในการเปิดเผยได้โดยอ้างอิงประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง การกำหนดให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามมาตรา 9 (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540  

          ตอนท้ายของหนังสือดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สรุปข้อหารือ 2 ข้อ ดังนี้

  1. หากได้ดำเนินการตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยายังคงมีความรับผิดตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 อีกหรือไม่อย่างไร
  2. ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการเห็นว่าการดำเนินการตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ หรือชอบด้วยข้อมูลข้อมูลข่าวสารของราชการแต่ยังมีความบกพร่องอยู่บ้าง โปรดให้คำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการต่อไป

คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการให้ความเห็นอย่างไร

          คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ โดยคณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ ได้รับฟังคำชี้แจงเพิ่มเติมของผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สรุปความได้ว่า

          – การขออนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ ของผู้ประกอบการต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอาจมีการยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์เดียวกันหลาย ๆ คำขอ เป็นเหตุให้ผลิตภัณฑ์หนึ่งผลิตภัณฑ์มีการอนุญาตและเลขที่อนุญาตให้โฆษณาหลายหมายเลข

          – สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ประกอบการจะนำโฆษณาตามที่ขออนุญาตหมายเลขอนุญาตใดไปใช้เป็นสื่อในการโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จึงมีความประสงค์จะเผยแพร่ข้อมูลการอนุญาตโฆษณาอาหารยา และเครื่องมือแพทย์ทุก ๆ คำขอ ทุก ๆ หมายเลขอนุญาตที่ได้ทำการอนุญาตไป แม้ผู้ประกอบการจะยังไม่ได้เผยแพร่โฆษณานั้นออกสู่สาธารณะก็ตาม

          คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ จึงมีหนังสือที่ นร 0108/566 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 เรื่อง ขอหารือเกี่ยวกับการเผยแพร่ฐานข้อมูลการอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์ มีความเห็นสรุปได้ดังนี้

  1. คำขออนุญาตโฆษณาอาหาร ยา และเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับอนุญาตแล้ว เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการตามมาตรา 9(1) และมาตรา 9(8) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง การกำหนดให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามมาตรา 9 (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
  2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาต้องเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอีกทางหนึ่งด้วย ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2554
  3. เมื่อเป็นข้อมูลข่าวสารตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 9 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจึงไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้รับอนุญาตคัดค้านการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารก่อนตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 17

          นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า กรณีผู้ประกอบการขออนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์เดียวกัน หลาย ๆ คำขออนุญาต สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาควรกำหนดหลักเกณฑ์ว่า เมื่อผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต นำโฆษณาตามที่ได้รับอนุญาตหมายเลขหนึ่งหมายเลขใดไปใช้ในการโฆษณาแล้ว ต้องแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทราบด้วยว่าได้นำหมายเลขใดไปใช้ในการโฆษณา เพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาต่อไป

 

สิ่งที่ต้องติดตามในอนาคต

          รูปแบบของฐานข้อมูลการอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ จะเปิดให้บริการเมื่อใด ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่จะเห็นข้อมูลนั้นต่างกันอย่างไรบ้าง จะมีการรวบรวมข้อมูลโฆษณาที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หรือจะมีการพัฒนาต่อยอดไปถึงการเผยแพร่ฐานข้อมูลผู้กระทำความผิดอย่างไร

_____________

เอกสารอ้างอิง

  1. ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา. การเผยแพร่ฐานข้อมูลเกี่ยวกับการโฆษณายา [ออนไลน์]. เอกสาร 10 ตุลาคม 2558. สืบค้นจาก http://www.thaidrugwatch.org/blog/?p=1140 (สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2560)
  2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. หนังสือด่วนที่สุดที่ สธ 1023/16470 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2558 เรื่อง ขอหารือข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540
  3. คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ จึงมีหนังสือที่ นร 0108/566 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 เรื่อง ขอหารือเกี่ยวกับการเผยแพร่ฐานข้อมูลการอนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์

 

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ยา และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s